เขียนโดย ครูฟิล์ม ธนพรรษ ญาติเจริญ — MVT Regional Mentor (Asia), Certified Vocal Health First Aider (VHE, UK), Vocal Massage Certificate (Voice Care Centre, London)
ถ้าคุณสอน นำเสนองาน ขาย หรือพูดทั้งวันเป็นอาชีพ เสียงของคุณคือเครื่องมือทำมาหากิน
เสียงแหบวันเดียวอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าแหบซ้ำๆ หรือแหบนานเกิน 2-3 สัปดาห์โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน นั่นคือสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกคุณบางอย่าง
บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกแยะได้ว่าเสียงแหบแบบไหนที่พักผ่อนแล้วหาย และแบบไหนที่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
เสียงแหบชั่วคราวเกิดได้จากหลายสาเหตุที่ไม่อันตราย เช่น พูดเสียงดังนานๆ ในงานปาร์ตี้ เป็นหวัดเล็กน้อย หรือนอนหลับไม่พอ ประเภทนี้มักหายเองภายใน 3-7 วันเมื่อได้พักเสียง
เสียงแหบที่น่าเป็นห่วง คือแบบที่:
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะเสียงแหบเรื้อรังบางกรณีต้องการการดูแลทางการแพทย์ ไม่ใช่แค่การพักผ่อน
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มครู พิธีกร และนักขาย การพูดเสียงดังโดยไม่ใช้ลมหายใจรองรับ การพูดในระดับเสียงที่ต่ำหรือสูงเกินไปสำหรับช่วงเสียงตัวเอง ทำให้สายเสียงต้องทำงานหนักเกินไปทุกวัน
กรดที่ขึ้นมาถึงกล่องเสียงทำให้เยื่อเมือกระคายเคืองเรื้อรัง คนที่มีอาการนี้มักไม่รู้สึกแสบร้อนกลางอก แต่จะสังเกตว่าเสียงแหบตอนเช้า และมีเสมหะในลำคอบ่อย
เกิดจากการใช้เสียงผิดวิธีซ้ำๆ จนสายเสียงบวมหรือเกิดตุ่ม อาการคือเสียงแหบแบบมีเสียงลม ร้องเพลงไม่ออก หรือเสียงปลิ้นบ่อยกว่าปกติ
พบบ่อยในคนที่ทำงานภายใต้ความเครียดสูง กล้ามเนื้อรอบคอและกล่องเสียงเกร็งจนรบกวนการสั่นสะเทือนของสายเสียง เสียงจะฟังดูเกร็ง บีบ หรือแหบแบบไม่มีพลัง
อากาศแห้ง แอร์เย็น การดื่มน้ำน้อย หรือการสูบบุหรี่ ล้วนทำให้เยื่อเมือกในลำคอแห้งและระคายเคืองสะสม
มีบางอาการที่ควรพบแพทย์ ENT (หู คอ จมูก) โดยเร็ว ไม่ใช่รอให้หายเอง:
อาการเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ก่อนเสมอ ก่อนที่จะเริ่มการฝึกเสียงหรือบำบัดใดๆ
สนใจเรียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
หลังจากแพทย์ตรวจแล้วและไม่พบปัญหาทางการแพทย์ที่ต้องผ่าตัดหรือรักษาด้วยยา หรือแพทย์แนะนำให้ทำ vocal rehabilitation ควบคู่ไปด้วย นั่นคือจุดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงเข้ามามีบทบาท
ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงสามารถช่วยได้ในกรณีเหล่านี้:
Vocal Therapy คือกระบวนการฝึกและปรับพฤติกรรมการใช้เสียงโดยผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมตั้งแต่การหายใจ การวางตำแหน่งเสียง ไปจนถึงการวอร์มเสียงที่ถูกต้อง
Laryngeal Manual Therapy (LMT) หรือการนวดกล่องเสียง คือเทคนิคที่ใช้มือคลายความตึงของกล้ามเนื้อรอบกล่องเสียงและกระดูกไฮออยด์โดยตรง เหมาะมากสำหรับผู้ที่มี Muscle Tension Dysphonia หรือรู้สึกว่าเสียงเกร็งและไม่มีพลัง
ที่ rongpleng.com ครูฟิล์ม ธนพรรษ ญาติเจริญ ได้รับ Vocal Massage Certificate จาก Voice Care Centre, London และ Voice & Swallowing Disorder Manual Therapy Certificate จากสหรัฐอเมริกา ทำให้สามารถให้บริการ LMT ควบคู่กับการฝึกเสียงได้ในที่เดียว ซึ่งเป็นบริการที่หาได้ยากมากในประเทศไทย
สำหรับคนที่ใช้เสียงเป็นอาชีพ การดูแลเสียงเชิงป้องกันสำคัญไม่แพ้การรักษา การเรียนรู้วิธีวอร์มเสียงที่ถูกต้อง เทคนิคการพูดที่ประหยัดพลังงาน และการรู้จักสัญญาณเตือนเบื้องต้น จะช่วยให้เสียงของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สนใจเรียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
ถ้าคุณสังเกตว่าเสียงเริ่มเปลี่ยน เหนื่อยง่ายขึ้น หรือแหบซ้ำๆ อย่ารอให้อาการหนักก่อน ยิ่งดูแลเร็ว ยิ่งฟื้นตัวได้ง่าย
Q: เสียงแหบนานแค่ไหนถึงถือว่าเรื้อรัง?
A: โดยทั่วไปถ้าเสียงแหบนานกว่า 2-3 สัปดาห์โดยไม่มีสาเหตุชัดเจนอย่างหวัดหรือการใช้เสียงหนักมาก ถือว่าควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ
Q: เสียงแหบเรื้อรังรักษาได้ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ กรณีที่เกิดจากการใช้เสียงผิดวิธีหรือความตึงของกล้ามเนื้อ มักตอบสนองดีต่อ vocal therapy และ Laryngeal Manual Therapy กรณีที่มีตุ่มหรือก้อนบนสายเสียงอาจต้องรักษาทางการแพทย์ก่อน
Q: ครูและพิธีกรควรดูแลเสียงอย่างไรเพื่อป้องกัน?
A: วอร์มเสียงก่อนพูดนานๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการกระแอมบ่อย และเรียนรู้เทคนิคการพูดที่ใช้ลมหายใจรองรับเสียงแทนการเบ่งคอ
Q: Laryngeal Manual Therapy ต่างจากการนวดคอทั่วไปอย่างไร?
A: LMT เป็นเทคนิคเฉพาะทางที่มุ่งเป้าไปที่กล้ามเนื้อและโครงสร้างรอบกล่องเสียงโดยตรง ต้องทำโดยผู้ที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน ไม่ใช่การนวดคอทั่วไป
Q: เสียงแหบจากกรดไหลย้อนต้องทำอะไรบ้าง?
A: ต้องรักษากรดไหลย้อนกับแพทย์ก่อน ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม เช่น ไม่นอนทันทีหลังกินอาหาร และหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นกรด จากนั้นจึงฟื้นฟูเสียงกับผู้เชี่ยวชาญ
Q: vocal therapy ไทยหาได้จากที่ไหน?
A: ผู้เชี่ยวชาญด้าน vocal therapy ในไทยยังมีไม่มาก ที่ rongpleng.com ให้บริการทั้งการฝึกเสียงและ Laryngeal Manual Therapy โดยครูที่ได้รับการรับรองจาก Voice Care Centre, London และสถาบันในสหรัฐอเมริกา
บทความนี้เขียนโดย ครูฟิล์ม ธนพรรษ ญาติเจริญ — Certified Vocal Health First Aider (Vocal Health Education, UK), Vocal Massage Certificate (Voice Care Centre, London), MVT Regional Mentor (Asia Region), Somatic Voicework™ (USA), Institute for Vocal Advancement (IVA). ศิลปินที่แสดงใน 19 ประเทศทั่วโลก และโค้ชเสียงให้กับนักร้องตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นถึงศิลปินสังกัดค่ายเพลง